แชร์

คดีฉ้อโกง กับ คดียักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อย พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย

ผู้เขียน ทนายความนครปฐม
อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ย. 2026
106 ผู้เข้าชม
ความแตกต่างระหว่างฉ้อโกงกับยักยอกทรัพย์

 คดีฉ้อโกง กับ คดียักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อยยักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อย 

คดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเหมือนกัน จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นความผิดประเภทเดียวกัน ทั้งที่ในทางกฎหมายมีองค์ประกอบความผิดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ความเข้าใจผิดนี้ทำให้หลายคนแจ้งความผิดข้อหา ยื่นฟ้องผิดฐาน หรือประเมินสิทธิของตนเองคลาดเคลื่อน ดังนั้น การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองคดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนดำเนินการทางกฎหมาย

* คดีฉ้อโกง กับ คดียักยอกทรัพย์ เป็นคดีอาญาทั้งคู่

---------------------------------------------

 คดีฉ้อโกง คืออะไร?

ความผิดฐานฉ้อโกง คือ การที่ผู้กระทำ ใช้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรบอก เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และยินยอมมอบทรัพย์สิน เงิน หรือสิทธิประโยชน์ให้ด้วยตนเอง

หัวใจสำคัญคือ

"ผู้เสียหายยินยอมส่งมอบทรัพย์ เพราะถูกหลอก"
ตัวอย่าง
* หลอกขายรถแต่ไม่มีรถจริง
* หลอกลงทุนแล้วไม่มีธุรกิจจริง
* หลอกขายสินค้าออนไลน์แต่ไม่ส่งของ
* หลอกให้โอนเงินค่ามัดจำ
* แอบอ้างว่าจะดำเนินการเรื่องราชการแล้วเรียกรับเงิน

----------------------------------------------

 คดียักยอกทรัพย์ คืออะไร?

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คือ การที่ผู้กระทำ ได้รับทรัพย์ของผู้อื่นมาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิเสธไม่คืนเจ้าของ

หัวใจสำคัญคือ

"ได้รับทรัพย์มาโดยถูกต้อง แต่ภายหลังไม่นำคืนหรือเอาเป็นของตนเอง"
ตัวอย่าง
* ยืมรถแล้วไม่คืน
* ฝากเงินไว้แล้วนำไปใช้เอง
* พนักงานเก็บเงินลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัท
* หุ้นส่วนรับเงินบริษัทแล้วไม่นำเข้าบัญชี
* ตัวแทนขายสินค้ารับเงินลูกค้าแล้วเก็บไว้เอง

----------------------------------------------

คดี ฉ้อโกง กับ ยักยอก ทรัพย์ ต่าง กัน ยัง ไง

ทำไมหลายคนจึงเข้าใจผิด?
ในชีวิตจริง หลายคดีมีพฤติการณ์คล้ายกัน เช่น

โอนเงินแล้วไม่ได้ของ
* หุ้นส่วนเก็บเงินไว้เอง
* รับฝากเงินแล้วไม่คืน
* นายหน้ารับเงินแล้วหาย
หลายคนจึงคิดว่าเป็น "ฉ้อโกง" ทั้งหมด

แต่ในทางกฎหมาย ต้องดูว่า

* หลอกตั้งแต่ก่อนรับเงินหรือไม่
* ตอนรับทรัพย์ได้รับมาโดยชอบหรือไม่
* เจตนาทุจริตเกิดเมื่อใด
รายละเอียดเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าควรเป็นข้อหาฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์


ตัวอย่างที่คนมักเข้าใจผิด
กรณีที่ 1 ซื้อสินค้าออนไลน์
ผู้ขายประกาศขายโทรศัพท์ ไม่มีสินค้าจริง รับเงินแล้วปิดเพจ

* เข้าข่ายคดีฉ้อโกง

เพราะหลอกตั้งแต่ต้น


กรณีที่ 2 ฝากเพื่อนขายรถ
เจ้าของรถฝากขาย

เพื่อนขายได้แล้วรับเงินไว้ แต่ไม่ยอมคืน

* เข้าข่ายคดียักยอกทรัพย์

เพราะได้รับรถมาถูกต้องตั้งแต่แรก


กรณีที่ 3 หุ้นส่วนบริษัท
หุ้นส่วนรับเงินลูกค้าเข้าบัญชีส่วนตัว แล้วไม่นำเข้าบริษัท

ส่วนใหญ่จะเป็น

* คดียักยอกทรัพย์ หรืออาจมีความผิดอื่นร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและความสัมพันธ์ทางกฎหมาย


กรณีที่ 4 หลอกลงทุน
อ้างว่ามีธุรกิจสร้างผลตอบแทนสูง ทั้งที่ไม่มีธุรกิจจริง

* คดีฉ้อโกง

เพราะใช้ข้อมูลเท็จหลอกให้ลงทุน

----------------------------------------------

 โทษของคดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์

แม้ทั้งสองคดีเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ แต่บทกำหนดโทษและองค์ประกอบความผิดเป็นคนละฐานความผิด การพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ หลักฐาน และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ศาลจะวินิจฉัยจากองค์ประกอบตามกฎหมาย ไม่ใช่จากชื่อที่ผู้เสียหายเรียกคดี

----------------------------------------------

 หากแจ้งข้อหาผิด จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนกังวลว่าหากแจ้งความผิดฐานจะทำให้คดีเสียทันที ในทางปฏิบัติ พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและปรับข้อกล่าวหาให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ หากมีหลักฐานเพียงพอ อย่างไรก็ตาม การอธิบายข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนและมีพยานหลักฐานสนับสนุนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็วมากขึ้น

----------------------------------------------

 ควรปรึกษาทนายความเมื่อใด?

หากไม่แน่ใจว่าคดีเข้าข่ายฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ ควรปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจสอบพยานหลักฐาน และประเมินแนวทางดำเนินคดีที่เหมาะสม เพราะการวางกลยุทธ์ทางกฎหมายตั้งแต่แรกมีผลต่อการรวบรวมหลักฐาน การแจ้งความ และการฟ้องร้องในภายหลัง

----------------------------------------------

ความแตกต่างระหว่างฉ้อโกงกับยักยอกทรัพย์

 สรุป 
แม้ว่าคดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์จะเกี่ยวข้องกับการสูญเสียทรัพย์สินเหมือนกัน แต่สาระสำคัญแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- คดีฉ้อโกง มีการหลอกลวงตั้งแต่ก่อนผู้เสียหายมอบทรัพย์
- คดียักยอกทรัพย์ ผู้กระทำได้รับทรัพย์มาโดยชอบก่อน แล้วจึงเบียดบังหรือไม่นำคืนในภายหลัง
การแยกความแตกต่างของทั้งสองคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและองค์ประกอบทางกฎหมายเป็นรายกรณี หากมีข้อสงสัยหรือคดีมีความซับซ้อน การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคดี


บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีผิดสัญญาคืออะไร? มีกี่แบบ ตัวอย่างการผิดสัญญาที่พบบ่อย
คดีผิดสัญญาคืออะไร มีกี่แบบ? รวมตัวอย่างการผิดสัญญาที่พบบ่อย เช่น ไม่จ่ายเงิน ไม่ส่งของ ทิ้งงาน ไม่แบ่งผลประโยชน์ พร้อมแนวทางฟ้องคดีและปรึกษาทนาย
14 ส.ค. 2026
หลักฐานฟ้องคดีผิดสัญญา แชต LINE สลิป ใช้ได้ไหม
หลักฐานฟ้องคดีผิดสัญญามีอะไรบ้าง แชต LINE สลิปโอนเงิน อีเมล ใบเสนอราคาใช้เป็นหลักฐานได้ไหม พร้อมวิธีเตรียมหลักฐานก่อนปรึกษาทนายคดีผิดสัญญา
23 ส.ค. 2026
ถูกฟ้องคดีแพ่งต้องทำอย่างไร
ถูกฟ้องคดีแพ่งต้องทำอย่างไร? แนะนำขั้นตอนเมื่อได้รับหมายศาล การเตรียมเอกสารและหลักฐาน วิธีรับมือคดีผิดสัญญา คดีหนี้ และการหาทนายคดีแพ่ง
16 ส.ค. 2026
FAQ คดีฉ้อโกง (คำถามที่พบบ่อย)
1. โดนโกงออนไลน์สามารถแจ้งความได้ที่ไหน ?
ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ หรือแจ้งผ่านระบบออนไลน์ของตำรวจไซเบอร์ พร้อมเตรียมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน แชท LINE หรือ Facebook และข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้กระทำผิด
2. คดีฉ้อโกงมีอายุความกี่ปี ?
คดีฉ้อโกงมีอายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่ในบางกรณีอาจมีเงื่อนไขเรื่องอายุความร้องทุกข์ ควรรีบปรึกษาทนายคดีฉ้อโกงโดยเร็วเพื่อรักษาสิทธิทางกฎหมาย

อายุความร้องทุกข์ (แจ้งความ)
ผู้เสียหายต้องแจ้งความภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่นับจากวันเกิดเหตุ หากปล่อยเกินกำหนด อาจหมดสิทธิร้องทุกข์ในคดีอาญาได้
3. โดนโกงแต่ไม่มีสัญญา สามารถฟ้องคดีได้ไหม ?
แม้ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีหลักฐานอื่น เช่น แชทสนทนา สลิปโอนเงิน ภาพหน้าจอ หรือพยานบุคคล ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีฉ้อโกงได้
4. คดีฉ้อโกงออนไลน์ ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?
หลักฐานสำคัญ ได้แก่ สลิปโอนเงิน แชท LINE / Facebook ใบเสนอราคา ข้อมูลบัญชีธนาคาร ภาพหน้าจอ และเสียงสนทนา ซึ่งสามารถใช้ประกอบการแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดีได้
5. สามารถอายัดบัญชีมิจฉาชีพได้หรือไม่ ?
หากพบว่าถูกหลอกโอนเงิน ควรรีบติดต่อธนาคารทันทีเพื่อประสานการอายัดบัญชีปลายทาง และแจ้งความโดยเร็วที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืน
6. คดีฉ้อโกงสามารถฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาได้ไหม ?
ได้ ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีอาญาเพื่อเอาผิดผู้กระทำความผิด และฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายหรือเงินคืนได้พร้อมกัน
7. หากผู้ต้องหาอยู่ต่างจังหวัด สามารถดำเนินคดีได้ไหม ?
สามารถดำเนินคดีได้ โดยทนายความสามารถช่วยประสานงาน แจ้งความ และดำเนินคดีข้ามจังหวัดได้ รวมถึงคดีออนไลน์ที่ผู้เสียหายและผู้ต้องหาอยู่คนละพื้นที่
8. คดีแชร์ลูกโซ่ หรือหลอกลงทุน เข้าข่ายคดีฉ้อโกงหรือไม่ ?
คดีแชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุน Forex หรือ Crypto รวมถึงการชักชวนลงทุนที่มีลักษณะหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม
9. คดีฉ้อโกงใช้เวลานานแค่ไหน ?
ระยะเวลาดำเนินคดีขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี จำนวนพยานหลักฐาน และขั้นตอนของศาล โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี ควรมีทนายช่วยวางแผนคดีอย่างถูกต้อง
10. ปรึกษาทนายคดีฉ้อโกงก่อนฟ้องคดีสำคัญอย่างไร ?
การปรึกษาทนายก่อนดำเนินคดี จะช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ประเมินพยานหลักฐาน วางกลยุทธ์การฟ้องร้อง และลดความเสี่ยงในการดำเนินคดีผิดขั้นตอน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy