ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ต้องทำตัวยังไง? เตรียมอะไรบ้าง

พรุ่งนี้ต้องขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ต้องทำตัวยังไง? มีกี่ขั้นตอน เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม
พรุ่งนี้ต้องขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ทำตัวยังไง? เป็นคำถามที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยไปศาลมาก่อน ไม่ว่าจะไปในฐานะโจทก์ จำเลย หรือพยาน หลายคนไม่รู้ว่าต้องแต่งตัวอย่างไร ไปถึงแล้วต้องไปที่ไหน ต้องพูดกับผู้พิพากษาอย่างไร หรือต้องจำคำให้การทั้งหมดหรือไม่
ความจริงแล้วการไปศาลแพ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้ว่า นัดพรุ่งนี้เป็นนัดอะไร เตรียมเอกสารให้พร้อม ไปถึงก่อนเวลา และตอบคำถามตามความจริง ก็สามารถลดความกังวลลงได้มาก
บทความนี้อธิบายตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านจนถึงหลังออกจากห้องพิจารณาคดี เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะ ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก และไม่มีพื้นฐานกฎหมายมาก่อน
ก่อนอื่นต้องรู้ว่า พรุ่งนี้ศาลนัดอะไร?
สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเดินทางไปศาลคือ เปิดหมายศาลหรือใบนัดดูว่านัดพรุ่งนี้เป็นนัดอะไร เพราะคดีแพ่งไม่ได้ไปศาลแล้วสืบพยานทันทีทุกคดี
นัดที่พบได้ เช่น
- - นัดไกล่เกลี่ย
- - นัดพร้อม
- - นัดชี้สองสถาน
- - นัดกำหนดประเด็นข้อพิพาท
- - นัดตรวจพยานหลักฐานหรือดำเนินกระบวนพิจารณา
- - นัดสืบพยานโจทก์
- - นัดสืบพยานจำเลย
- - นัดฟังคำพิพากษา
ดังนั้น คำว่า ขึ้นศาลพรุ่งนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องรู้ประเภทของนัดก่อน
ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?
ก่อนนอนควรจัดเอกสารและของจำเป็นไว้ให้เรียบร้อย โดยทั่วไปควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้
- บัตรประชาชน
- - หมายศาลหรือใบนัด
- - สำเนาคำฟ้อง
- - สำเนาคำให้การ หากมี
- - เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี
- - เอกสารหรือรายการพยานหลักฐานที่ทนายความแจ้งให้เตรียม
- - สมุดและปากกา
- - ข้อมูลติดต่อทนายความ
- - ชื่อศาล เลขคดี และหมายเลขห้องพิจารณา หากทราบแล้ว
หากมีทนายความดูแลคดีอยู่แล้ว ควรถามทนายให้ชัดเจนว่า พรุ่งนี้ต้องนำเอกสารต้นฉบับอะไรไปบ้าง? เพราะเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันตามแต่ละคดี
เอกสารต้นฉบับต้องเอาไปศาลไหม?
หากเป็นวันสืบพยานหรือวันที่ต้องใช้เอกสารประกอบการดำเนินคดี ทนายความอาจต้องใช้ เอกสารต้นฉบับ เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาหรือประกอบการถามพยาน
เช่น
- - สัญญาต้นฉบับ
- - ใบเสร็จ
- - ใบเสนอราคา
- - หนังสือทวงถาม
- - หลักฐานการโอนเงิน
- - เอกสารรับเงิน
- - หนังสือรับสภาพหนี้
- - เอกสารทางธุรกิจ
แต่ไม่ควรนำเอกสารใหม่ไปยื่นเองโดยไม่ปรึกษาทนาย เพราะการยื่นพยานหลักฐานในคดีมีขั้นตอนและกำหนดเวลาตามกฎหมาย
ควรไปถึงศาลก่อนกี่โมง?
อย่าไปถึงตรงเวลานัดพอดี ควรเผื่อเวลาเดินทาง รถติด หาที่จอดรถ ผ่านจุดรักษาความปลอดภัย และหาห้องพิจารณาคดี
หากศาลนัดเวลา 09.00 น. การไปถึงบริเวณศาลก่อนเวลาประมาณ 3060 นาทีจะช่วยให้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น
โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปศาลนั้น ควรเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติ
ไปถึงศาลแล้วต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก?
เมื่อถึงศาล ไม่ต้องเดินหาห้องแบบเดาสุ่ม ให้ตรวจสอบ บัญชีนัดพิจารณาคดี หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าคดีของตนอยู่ห้องใด
ข้อมูลที่ควรมีไว้สำหรับสอบถาม ได้แก่
- - ชื่อโจทก์
- - ชื่อจำเลย
- - เลขคดีดำหรือเลขคดีแดง หากมี
- - เวลานัด
เมื่อทราบห้องแล้วให้ไปบริเวณหน้าห้องพิจารณา และแจ้งตัวกับทนายความหรือเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสม
ขึ้นศาลแพ่งต้องแต่งตัวยังไง?
ควรแต่งกาย สุภาพ สะอาด และเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องซื้อชุดราคาแพง
ผู้ชายสามารถใส่เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อสุภาพ กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น ส่วนผู้หญิงควรแต่งกายสุภาพ ไม่สั้นหรือเปิดเผยจนไม่เหมาะสมกับสถานที่ราชการ
ควรหลีกเลี่ยง
- - เสื้อกล้าม
- - กางเกงขาสั้น
- - เสื้อผ้าที่มีข้อความไม่เหมาะสม
- - รองเท้าแตะในลักษณะไม่สุภาพ
- - หมวกภายในห้องพิจารณา เว้นแต่มีเหตุจำเป็น
เข้าห้องพิจารณาคดีแล้วต้องนั่งตรงไหน?
หากมีทนายความ ให้ทำตามคำแนะนำของทนายหรือเจ้าหน้าที่ศาล ไม่จำเป็นต้องเลือกที่นั่งเอง
เมื่อเข้าไปในห้องควรปิดเสียงโทรศัพท์ พูดคุยเบา ๆ และไม่เดินเข้าออกโดยไม่จำเป็นขณะที่ศาลกำลังพิจารณาคดี
ต้องเรียกผู้พิพากษาว่าอะไร?
เมื่อพูดกับผู้พิพากษา สามารถใช้คำสุภาพ เช่น ศาลครับ/ค่ะ และตอบคำถามให้ตรงประเด็น
ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษากฎหมาย และไม่จำเป็นต้องพยายามพูดให้เหมือนทนาย
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ พูดสุภาพ ฟังคำถามให้จบ และตอบตามข้อเท็จจริง
คดีแพ่งตั้งแต่เริ่มจนจบ มีกี่ขั้นตอน?
ภาพรวมของคดีแพ่งสามารถอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ ได้ประมาณนี้
- - ยื่นฟ้องคดี
- - ส่งหมายและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย
- - จำเลยยื่นคำให้การ ตามขั้นตอนและกำหนดของคดี
- - ไกล่เกลี่ย/นัดพร้อม/กำหนดประเด็นข้อพิพาท ตามที่ศาลดำเนินการ
- - นำพยานหลักฐานเข้าสืบ
- - ศาลพิจารณาพยานหลักฐาน
- - ศาลมีคำพิพากษา
- - อุทธรณ์หรือดำเนินการต่อ หากเข้าเงื่อนไขและคู่ความประสงค์ดำเนินการ
- - บังคับคดี หากฝ่ายที่แพ้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและมีเหตุให้ต้องดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้คุณจะทำครบทุกขั้นตอน เพราะหนึ่งนัดอาจดำเนินการเพียงบางเรื่องเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 1 ก่อนเริ่มคดี ศาลอาจให้ไกล่เกลี่ยหรือไม่?
คดีแพ่งจำนวนมากมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการ ไกล่เกลี่ย เพื่อดูว่าคู่ความสามารถตกลงกันได้หรือไม่
การไกล่เกลี่ยไม่ได้หมายความว่าฝ่ายใดยอมรับว่าตนแพ้ แต่เป็นการหาทางยุติข้อพิพาทโดยไม่ต้องสืบพยานจนถึงคำพิพากษา
ตัวอย่างข้อตกลง เช่น
- - ชำระเงินบางส่วน
- - ผ่อนชำระเป็นงวด
- - คืนทรัพย์
- - ลดดอกเบี้ย
- - ถอนข้อเรียกร้องบางส่วน
- - กำหนดเงื่อนไขยุติคดีร่วมกัน
ถ้าอีกฝ่ายขอไกล่เกลี่ย ต้องยอมไหม?
ไม่จำเป็นต้องตกลงทุกข้อเสนอ
ควรฟังข้อเสนอให้ครบและปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากมีเงินจำนวนมาก เงื่อนไขผ่อนชำระ การสละสิทธิ หรือข้อความที่จะถูกบันทึกไว้เป็นข้อตกลง
หากเงื่อนไขไม่เหมาะสม คู่ความสามารถไม่ตกลงและดำเนินคดีต่อไปได้ตามกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 2 ศาลกำหนดประเด็นว่า คดีนี้เถียงกันเรื่องอะไร
หัวใจสำคัญของคดีแพ่งคือการกำหนดว่า โจทก์กับจำเลยมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดที่โต้แย้งกัน
ตัวอย่างเช่น
- - มีสัญญากันจริงหรือไม่
- - ฝ่ายใดผิดสัญญา
- - จำเลยค้างชำระเงินหรือไม่
- - ยอดหนี้ที่แท้จริงเท่าไร
- - โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่
- - ค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเท่าไร
เมื่อรู้ประเด็นข้อพิพาทแล้ว การสืบพยานจะมุ่งพิสูจน์ประเด็นเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคู่กรณี
ขั้นตอนที่ 3 สืบพยานโจทก์คืออะไร?
ฝ่ายโจทก์จะนำพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างของตน
หากคุณเป็นโจทก์และต้องขึ้นเบิกความ ทนายของคุณอาจถามเกี่ยวกับ
- - รู้จักจำเลยได้อย่างไร
- - เริ่มทำสัญญาหรือตกลงกันเมื่อใด
- - ตกลงกันว่าอย่างไร
- - คุณปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างไร
- - จำเลยผิดข้อตกลงอย่างไร
- - เกิดความเสียหายเท่าไร
- - เอกสารแต่ละฉบับเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ขั้นตอนที่ 4 ทนายฝ่ายตรงข้ามถามค้านคืออะไร?
หลังจากฝ่ายของคุณถามพยานแล้ว ทนายฝ่ายตรงข้ามอาจมีสิทธิ ถามค้าน
การถามค้านมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำเบิกความหรือชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่ออีกฝ่าย
คำถามอาจสั้น ตรง หรือทำให้รู้สึกกดดัน แต่สิ่งที่ควรทำคือ
- - ฟังคำถามให้จบ
- - ตอบเฉพาะสิ่งที่ถาม
- - ไม่เถียงกับทนาย
- - ไม่ประชด
- - ไม่พูดแทรก
- - ไม่เดาคำตอบ
- - ไม่ตอบเกินกว่าที่ตนรู้
จำคำเบิกความไม่ได้ทุกคำ จะเป็นอะไรไหม?
ไม่ควรพยายามท่องจำคำเบิกความทุกประโยค
สิ่งที่ควรจำคือ ลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงที่ตนเองรู้จริง
เช่น
- - เริ่มรู้จักกันเมื่อไร
- - ตกลงเรื่องอะไร
- - จำนวนเงินหรือเงื่อนไขสำคัญคืออะไร
- - มีการจ่ายเงินหรือส่งมอบงานอย่างไร
- - เริ่มมีปัญหาตอนไหน
- - คุณทำอะไรหลังเกิดปัญหา
- - ความเสียหายที่เรียกร้องเกิดจากอะไร
หากจำวันหรือจำนวนที่ละเอียดไม่ได้จริง ๆ อย่าเดา เพราะการตอบผิดจากการเดาอาจสร้างปัญหามากกว่าการบอกตรง ๆ ว่าจำรายละเอียดไม่ได้
ถ้าจำวันไม่ได้ ตอบศาลว่า จำไม่ได้ ได้ไหม?
ได้ หากจำไม่ได้จริง
ตัวอย่างเช่น
จำวันที่แน่นอนไม่ได้ครับ แต่ประมาณเดือนมีนาคม
หรือ
ยอดที่แน่นอนขออ้างอิงตามเอกสารครับ ผมจำตัวเลขทั้งหมดไม่ได้
การตอบตามความจริงดีกว่าการสร้างวันที่หรือตัวเลขขึ้นมาเอง
ถ้าฟังคำถามไม่เข้าใจ ทำอย่างไร?
สามารถขอให้ถามใหม่ได้อย่างสุภาพ เช่น
ขออนุญาตครับ ผมไม่เข้าใจคำถาม ขอให้ถามอีกครั้งได้ไหมครับ
อย่าตอบคำถามที่ตนเองยังไม่เข้าใจ เพราะอาจตอบไม่ตรงกับสิ่งที่ถูกถาม
ถ้าทนายฝ่ายตรงข้ามถามว่า ใช่หรือไม่ใช่ ต้องตอบแค่ใช่หรือไม่?
ให้ฟังคำถามและคำแนะนำของศาล หากคำถามสามารถตอบได้ตรง ๆ ก็ควรตอบตรงประเด็น
แต่หากตอบเพียง ใช่ หรือ ไม่ใช่ แล้วทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน สามารถชี้แจงตามความจริงได้ตามความเหมาะสมและตามที่ศาลอนุญาต
ไม่ควรใช้คำถามสั้นเป็นเหตุให้เริ่มเล่าเรื่องยาวที่ไม่เกี่ยวกับคำถาม
เวลาขึ้นศาลควรตอบยาวหรือสั้น?
หลักง่าย ๆ คือ ถามเท่าไร ตอบเท่านั้น แต่ต้องครบความหมาย
ตัวอย่าง
ถาม: คุณได้รับเงินจำนวนนี้เมื่อวันที่ 10 มกราคมใช่ไหม?
ตอบ: ใช่ครับ
ไม่จำเป็นต้องเล่าประวัติทั้งหมดตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน เว้นแต่คำถามหรือศาลต้องการให้ชี้แจงเพิ่มเติม
เวลาศาลถามเอง ต้องทำอย่างไร?
ผู้พิพากษาอาจถามเพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจนขึ้น ให้ตั้งใจฟังและตอบศาลตามความจริง
หากไม่เข้าใจคำถามสามารถขอให้ศาลอธิบายหรือถามใหม่ได้ ไม่ควรรีบตอบเพราะความตื่นเต้น
ถ้าอีกฝ่ายพูดไม่จริงในศาล ควรเถียงทันทีไหม?
ไม่ควรพูดแทรกหรือโต้เถียงทันที
จดประเด็นที่เห็นว่าไม่ถูกต้องไว้ แล้วแจ้งทนายของตนเพื่อให้พิจารณาถามค้าน นำเอกสารมาหักล้าง หรือดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม
ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐาน ไม่ได้ตัดสินว่าใครชนะเพราะพูดเสียงดังหรือโต้เถียงเก่งกว่า
เอกสารในคดีต้องจำว่าเป็นหมายเลขอะไรทั้งหมดไหม?
คนที่ไม่เคยขึ้นศาลมักกังวลเรื่องชื่อหรือหมายเลขเอกสาร เช่น เอกสารหมาย จ.1, จ.2 หรือหมายเลขเอกสารอื่น
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องท่องหมายเลขเอกสารทุกฉบับจนขึ้นใจ สิ่งสำคัญคือคุณควรรู้ว่าเอกสารนั้นคืออะไร เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด และคุณรู้จักเอกสารนั้นอย่างไร
หากมีทนายความ ทนายจะช่วยดำเนินการเกี่ยวกับการอ้างเอกสารตามกระบวนพิจารณา
ก่อนขึ้นเบิกความควรอ่านอะไร?
ควรทบทวนเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของตนเอง เช่น
- - คำฟ้อง
- - คำให้การ
- - คำเบิกความหรือบันทึกที่เตรียมไว้กับทนาย
- - สัญญา
- - แชต
- - หลักฐานการโอนเงิน
- - ใบเสนอราคา
- - หนังสือทวงถาม
- - Timeline เหตุการณ์
เป้าหมายไม่ใช่การท่องจำ แต่เพื่อให้จำลำดับเหตุการณ์ได้ถูกต้อง
คืนก่อนขึ้นศาลควรเตรียม Timeline แบบไหน?
วิธีง่ายที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยขึ้นศาลคือทำ Timeline หนึ่งหน้า โดยเขียนเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ เช่น
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | หลักฐาน |
|---|---|---|
| มกราคม | เริ่มตกลงทำธุรกิจ | แชต / สัญญา |
| มีนาคม | เริ่มมีการชำระเงิน | สลิป / Statement |
| มิถุนายน | เริ่มพบปัญหา | แชต / เอกสาร |
| กรกฎาคม | ทวงถามให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง | ข้อความ / หนังสือทวงถาม |
Timeline จะช่วยให้มองภาพรวมได้ง่ายกว่าการพยายามจำเอกสารจำนวนมากแบบแยกชิ้น
อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำในวันขึ้นศาล?
- อย่าโกหกหรือแต่งข้อเท็จจริง
- - อย่าเดาตัวเลขหรือวันที่หากจำไม่ได้
- - อย่าทะเลาะกับคู่กรณี
- - อย่าพูดแทรกผู้พิพากษา
- - อย่าเถียงกับทนายฝ่ายตรงข้าม
- - อย่าแสดงอารมณ์ประชดประชัน
- - อย่าพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นคดีโดยไม่จำเป็น
- - อย่าเซ็นข้อตกลงที่ยังอ่านไม่เข้าใจ
- - อย่าโพสต์รายละเอียดการพิจารณาคดีลง Social Media โดยไม่พิจารณาความเหมาะสม
พูดไม่เก่ง มีผลต่อการแพ้ชนะคดีไหม?
พูดไม่เก่งไม่ได้หมายความว่าจะแพ้คดี
คดีแพ่งพิจารณาจากข้อกล่าวอ้าง ข้อต่อสู้ ภาระการพิสูจน์ พยานบุคคล พยานเอกสาร และข้อกฎหมาย
คนพูดเก่งแต่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่าจะชนะ ส่วนคนที่พูดไม่เก่งแต่ตอบตรงข้อเท็จจริงและมีหลักฐานสอดคล้องกันก็สามารถมีน้ำหนักในการพิจารณาคดีได้
ตื่นเต้น มือสั่น พูดติดขัดตอนขึ้นศาล เป็นอะไรไหม?
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับคนที่ขึ้นศาลครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องพยายามพูดเร็ว
ให้ฟังคำถามจนจบ คิดก่อนตอบเล็กน้อย แล้วตอบตามความจริง หากไม่เข้าใจให้ขอให้ถามใหม่
สิ่งสำคัญไม่ใช่ความคล่องในการพูด แต่คือ ความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อเท็จจริง
คดีแพ่งใครมีหน้าที่พิสูจน์?
คดีแพ่งมีเรื่อง ภาระการพิสูจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อกล่าวอ้างและข้อต่อสู้ของแต่ละฝ่าย
โดยหลัก ผู้ที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนสิทธิของตนย่อมต้องมีพยานหลักฐานสนับสนุนตามหลักกฎหมาย แต่บางประเด็นอาจมีหลักเฉพาะเกี่ยวกับภาระการพิสูจน์
ดังนั้น การเตรียมคดีที่ดีไม่ใช่เพียงคิดว่า อีกฝ่ายโกหก แต่ต้องถามต่อว่า เรามีอะไรพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเรา?
ศาลแพ่งดูอะไรในการตัดสินคดี?
โดยทั่วไปศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวน รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น
- - คู่ความตกลงอะไรกัน
- - มีสัญญาหรือความสัมพันธ์ทางกฎหมายหรือไม่
- - ฝ่ายใดมีหน้าที่อะไร
- - ฝ่ายใดปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่
- - เอกสารสอดคล้องกับคำเบิกความหรือไม่
- - พยานแต่ละฝ่ายมีน้ำหนักเพียงใด
- - เกิดความเสียหายจริงหรือไม่
- - จำนวนเงินที่เรียกร้องพิสูจน์ได้เพียงใด
ถ้าเป็นคดีผิดสัญญา ศาลมักดูอะไร?
สำหรับ คดีผิดสัญญา ประเด็นสำคัญมักเกี่ยวข้องกับ
- - มีข้อตกลงหรือสัญญากันจริงหรือไม่
- - ข้อตกลงมีสาระสำคัญอย่างไร
- - แต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไร
- - ฝ่ายใดผิดสัญญา
- - ผิดสัญญาอย่างไร
- - มีการทวงถามหรือบอกกล่าวหรือไม่ หากจำเป็น
- - เกิดความเสียหายเท่าไร
- - ยอดเงินที่เรียกร้องคำนวณจากอะไร
ดังนั้น หากกำลังจะขึ้นศาลคดีผิดสัญญา ควรสามารถอธิบายเรื่องเหล่านี้ด้วยภาษาธรรมดาได้
หลังสืบพยานเสร็จ จะรู้ผลทันทีไหม?
ไม่จำเป็นต้องรู้ผลทันที
เมื่อสืบพยานเสร็จ ศาลอาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อและกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาตามความเหมาะสมของคดี
จึงไม่ควรคาดหวังว่าหลังลงจากบัลลังก์แล้วจะรู้ทันทีว่าใครชนะหรือแพ้
ถ้าศาลพิพากษาแพ้ คดียังทำอะไรต่อได้ไหม?
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นอาจมีช่องทางอุทธรณ์ได้ในบางกรณี แต่ต้องพิจารณาว่าคดีและประเด็นที่จะอุทธรณ์เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลา
หากได้รับคำพิพากษาที่ไม่เป็นผลดี ควรนำคำพิพากษาให้ทนายตรวจสอบก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ
Checklist คืนก่อนขึ้นศาลแพ่ง
- - เช็กชื่อศาลให้ถูกต้อง
- - เช็กวันและเวลานัด
- - เช็กว่านัดอะไร
- - เตรียมบัตรประชาชน
- - เตรียมหมายศาล/ใบนัด
- - เตรียมเอกสารตามที่ทนายแจ้ง
- - อ่าน Timeline เหตุการณ์
- - ทบทวนตัวเลขสำคัญ
- - ทบทวนคำฟ้องและคำให้การ
- - เตรียมเสื้อผ้าสุภาพ
- - เช็กเส้นทางและที่จอดรถ
- - นัดเวลาพบทนายที่ศาล
- - นอนให้เพียงพอ
-------------------------------------
สรุป พรุ่งนี้ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ต้องจำอะไรให้ได้?
หากต้องขึ้นศาลพรุ่งนี้และจำบทความนี้ได้เพียงไม่กี่เรื่อง ให้จำ 7 ข้อนี้
- - รู้ก่อนว่านัดพรุ่งนี้เป็นนัดอะไร
- - ไปถึงก่อนเวลา
- - เตรียมบัตรประชาชนและเอกสารให้ครบ
- - ไม่ต้องท่องคำพูดทุกประโยค ให้จำข้อเท็จจริงและ Timeline
- - ฟังคำถามให้จบ แล้วตอบเฉพาะสิ่งที่รู้จริง
- - จำไม่ได้ให้บอกว่าจำไม่ได้ อย่าเดา
- - อย่าเถียง อย่าพูดแทรก และให้ทนายดำเนินกระบวนพิจารณา
การขึ้นศาลครั้งแรกอาจทำให้กังวล แต่หากเตรียมข้อเท็จจริงและเอกสารมาดี สิ่งที่ต้องทำในห้องพิจารณาคดีคือ ตั้งใจฟัง ตอบตามความจริง และไม่พยายามพูดเกินกว่าสิ่งที่ตนรู้
-----------------------------------
FAQ ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ต้องทำตัวยังไง?
1. ขึ้นศาลครั้งแรกต้องพูดอะไร?
ไม่จำเป็นต้องเตรียมสุนทรพจน์ เมื่อศาลหรือทนายถามให้ตอบตามคำถามและข้อเท็จจริง หากมีทนายความ ทนายจะช่วยดำเนินกระบวนพิจารณาให้
2. ขึ้นศาลต้องจำคำเบิกความทั้งหมดไหม?
ไม่ควรท่องจำทุกคำ ควรรู้ข้อเท็จจริง ลำดับเหตุการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และเอกสารสำคัญ หากจำรายละเอียดบางอย่างไม่ได้จริงควรตอบตามตรง
3. ไปศาลสาย 1020 นาทีได้ไหม?
ไม่ควรเสี่ยง ควรเผื่อเวลาเดินทางและไปถึงก่อนนัด เพราะการมาศาลไม่ทันเวลาอาจมีผลต่อกระบวนพิจารณาแตกต่างกันตามสถานะของคู่ความและประเภทนัด
4. ทนายฝ่ายตรงข้ามถามแรง ๆ ต้องเถียงกลับไหม?
ไม่ควรเถียง ให้ฟังคำถามและตอบตามความจริง หากคำถามมีปัญหาทางกฎหมาย ทนายของคุณสามารถดำเนินการตามกระบวนพิจารณาได้
5. ขึ้นศาลแพ่งครั้งแรก ควรมีทนายไหม?
ขึ้นอยู่กับประเภทคดี มูลค่าคดี ความซับซ้อน และพยานหลักฐาน หากเป็นคดีที่มีข้อพิพาทหลายประเด็น มีเงินจำนวนมาก หรือต้องสืบพยานและถามค้าน การมีทนายช่วยเตรียมคดีและดำเนินกระบวนพิจารณาอาจมีความสำคัญ
หาทนายความใกล้ฉัน ก่อนขึ้นศาลแพ่ง
หากได้รับหมายศาลและกำลังค้นหา หาทนายความใกล้ฉัน หรือไม่แน่ใจว่าคดีของตนเป็นนัดอะไร ควรนำหมายศาล คำฟ้อง คำให้การ สัญญา แชต หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทนายตรวจสอบ
โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะ สืบพยานคดีแพ่ง ควรเตรียม Timeline ประเด็นข้อพิพาท เอกสารสำคัญ และข้อเท็จจริงที่ตนเองรู้จริงให้พร้อม เพื่อให้การเบิกความเป็นไปตามข้อเท็จจริงและสอดคล้องกับพยานหลักฐานในคดี
ทนายความกรุงเทพ




