หากคุณกำลังเจอปัญหา ผ่อนรถไม่ไหว รถถูกยึด ถูกเรียกค่าขาดราคา ถูกบอกเลิกสัญญา หรือมีข้อพิพาทกับไฟแนนซ์ คุณอาจมีสิทธิทางกฎหมายที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจดำเนินการ
คดีเช่าซื้อรถยนต์เป็นคดีแพ่งที่พบได้บ่อย และหลายคนเข้าใจผิดว่า “โดนยึดรถ = จบหนี้ทันที” หรือ “คืนรถแล้วไม่ต้องจ่ายอีก” ซึ่งในความเป็นจริงต้องดูเงื่อนไขสัญญา การเลิกสัญญา การขายทอดตลาด และการคำนวณยอดหนี้ร่วมกัน
ทีมทนายคดีเช่าซื้อรถยนต์ช่วยตรวจสัญญา ประเมินสิทธิ เจรจา และดำเนินคดีจนถึงชั้นศาล
✓ วิเคราะห์สัญญาเช่าซื้อ
✓ ตรวจยอดหนี้และค่าขาดราคา
✓ เจรจาไฟแนนซ์
✓ ฟ้องเรียกสิทธิ
✓ ต่อสู้คดีเช่าซื้อ
คดีเช่าซื้อรถยนต์ คือ ข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญาเช่าซื้อ เช่น
โดย “เช่าซื้อ” ไม่ใช่การซื้อขาดทันที แต่เป็นการผ่อนตามเงื่อนไข และกรรมสิทธิ์จะโอนเมื่อครบเงื่อนไขตามสัญญา
เช่าซื้อ คือ สัญญาที่เจ้าของนำทรัพย์ออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายหรือให้กรรมสิทธิ์เมื่อชำระครบ โดยสัญญาต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
ผู้เช่าซื้อสามารถเลิกสัญญาได้โดยส่งมอบรถคืนตามหลักกฎหมาย แต่ผลทางการเงินและค่าใช้จ่ายยังต้องดูตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขสัญญา
ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิใช้สิทธิตามสัญญาเมื่ออีกฝ่ายผิดนัดตามเงื่อนไขที่กฎหมายรองรับ
กำหนดรูปแบบและข้อกำหนดสำคัญของสัญญา เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการทำธุรกรรมเช่าซื้อรถยนต์
ผิดนัดหลายงวด
ถูกติดตามและยึดรถ
รถถูกนำไปขายแล้ว
แต่ยังมีการเรียกส่วนต่างเพิ่มเติม
ส่งรถคืนแต่ยังมีข้อพิพาทเรื่องยอดคงเหลือ
กรณีคิดดอกเบี้ย
ค่าธรรมเนียม
หรือเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
ต้องดูขั้นตอนและเงื่อนไขตามสัญญา
ดูว่าคำนวณอย่างไร
มีรายการใดรวมอยู่บ้าง
บางกรณีอาจตกลงได้ก่อนขึ้นศาล
ฟ้องคดีเช่าซื้อรถยนต์ เรียกอะไรได้บ้าง
✓ เงินค่างวดค้าง
✓ ค่าเสียหาย
✓ ค่าขาดราคา
✓ คืนเงินบางส่วน (ถ้ามีสิทธิ)
✓ ข้อโต้แย้งเรื่องสัญญา
✓ สัญญาเช่าซื้อ
✓ ตารางผ่อน
✓ หนังสือแจ้งผิดนัด
✓ ใบรับรถคืน
✓ หลักฐานการชำระ
✓ เอกสารขายทอดตลาด (ถ้ามี)