คดีฉ้อโกงออนไลน์ เป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยมักเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงิน ส่งข้อมูล หรือยินยอมให้ทรัพย์สิน
หากคุณถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เป็นผู้เสียหาย หรือมีบัญชีถูกใช้เกี่ยวข้องกับธุรกรรมออนไลน์ ควรเก็บหลักฐานและวางแนวทางก่อนดำเนินการ
คดีฉ้อโกงออนไลน์ คือ การใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อหลอกลวงให้บุคคลหลงเชื่อและยินยอมส่งมอบทรัพย์สินหรือข้อมูล
ตัวอย่างที่พบบ่อย
คดีฉ้อโกงออนไลน์มักเกี่ยวข้องกับหลายกฎหมาย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
แจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341
เกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง โดยมีลักษณะเป็นการหลอกลวงจนผู้เสียหายยอมมอบทรัพย์หรือประโยชน์ให้
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
กรณีมีลักษณะการหลอกลวงต่อประชาชนหรือมีลักษณะเฉพาะตามกฎหมาย
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้อง หากมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ประกอบการกระทำ
พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566
ในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินหรืออาชญากรรมออนไลน์
✓ มีการแสดงข้อความหรือพฤติการณ์ที่ทำให้หลงเชื่อ
✓ ผู้เสียหายเชื่อและตัดสินใจ
✓ มีการส่งมอบทรัพย์หรือประโยชน์
✓ มีความเสียหายเกิดขึ้น
ประเภท ลักษณะ
ฉ้อโกงออนไลน์ ใช้ช่องทางออนไลน์หลอกลวง
ฉ้อโกง หลอกให้มอบทรัพย์
บัญชีม้า ใช้บัญชีรับหรือเคลื่อนย้ายเงิน
1 เก็บข้อมูลการติดต่อ
2 อย่าลบแชท
3 เก็บหลักฐานธุรกรรม
4 ตรวจสอบเส้นทางเงิน
5 ปรึกษาทนายก่อนให้การ
แจ้งความ
↓
สอบสวน
↓
ตรวจสอบข้อมูล
↓
ส่งอัยการ
↓
ฟ้องศาล
↓
พิพากษา
ขึ้นอยู่กับข้อหา ความเสียหาย และพฤติการณ์ของแต่ละคดี ควรรีบดำเนินการเมื่อทราบเหตุ