แชร์

คดีฉ้อโกง กับ คดียักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อย พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2026
16 ผู้เข้าชม
ความแตกต่างระหว่างฉ้อโกงกับยักยอกทรัพย์

 คดีฉ้อโกง กับ คดีคดีฉ้อโกง กับ คดียักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อยยักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายคนเข้าใจผิดบ่อย 

คดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเหมือนกัน จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นความผิดประเภทเดียวกัน ทั้งที่ในทางกฎหมายมีองค์ประกอบความผิดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ความเข้าใจผิดนี้ทำให้หลายคนแจ้งความผิดข้อหา ยื่นฟ้องผิดฐาน หรือประเมินสิทธิของตนเองคลาดเคลื่อน ดังนั้น การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองคดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนดำเนินการทางกฎหมาย

---------------------------------------------

 คดีฉ้อโกง คืออะไร?

ความผิดฐานฉ้อโกง คือ การที่ผู้กระทำ ใช้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรบอก เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และยินยอมมอบทรัพย์สิน เงิน หรือสิทธิประโยชน์ให้ด้วยตนเอง

หัวใจสำคัญคือ

"ผู้เสียหายยินยอมส่งมอบทรัพย์ เพราะถูกหลอก"
ตัวอย่าง
* หลอกขายรถแต่ไม่มีรถจริง
* หลอกลงทุนแล้วไม่มีธุรกิจจริง
* หลอกขายสินค้าออนไลน์แต่ไม่ส่งของ
* หลอกให้โอนเงินค่ามัดจำ
* แอบอ้างว่าจะดำเนินการเรื่องราชการแล้วเรียกรับเงิน

----------------------------------------------

 คดียักยอกทรัพย์ คืออะไร?

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คือ การที่ผู้กระทำ ได้รับทรัพย์ของผู้อื่นมาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิเสธไม่คืนเจ้าของ

หัวใจสำคัญคือ

"ได้รับทรัพย์มาโดยถูกต้อง แต่ภายหลังไม่นำคืนหรือเอาเป็นของตนเอง"
ตัวอย่าง
* ยืมรถแล้วไม่คืน
* ฝากเงินไว้แล้วนำไปใช้เอง
* พนักงานเก็บเงินลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัท
* หุ้นส่วนรับเงินบริษัทแล้วไม่นำเข้าบัญชี
* ตัวแทนขายสินค้ารับเงินลูกค้าแล้วเก็บไว้เอง

----------------------------------------------

คดี ฉ้อโกง กับ ยักยอก ทรัพย์ ต่าง กัน ยัง ไง

ทำไมหลายคนจึงเข้าใจผิด?
ในชีวิตจริง หลายคดีมีพฤติการณ์คล้ายกัน เช่น

โอนเงินแล้วไม่ได้ของ
* หุ้นส่วนเก็บเงินไว้เอง
* รับฝากเงินแล้วไม่คืน
* นายหน้ารับเงินแล้วหาย
หลายคนจึงคิดว่าเป็น "ฉ้อโกง" ทั้งหมด

แต่ในทางกฎหมาย ต้องดูว่า

* หลอกตั้งแต่ก่อนรับเงินหรือไม่
* ตอนรับทรัพย์ได้รับมาโดยชอบหรือไม่
* เจตนาทุจริตเกิดเมื่อใด
รายละเอียดเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าควรเป็นข้อหาฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์


ตัวอย่างที่คนมักเข้าใจผิด
กรณีที่ 1 ซื้อสินค้าออนไลน์
ผู้ขายประกาศขายโทรศัพท์ ไม่มีสินค้าจริง รับเงินแล้วปิดเพจ

* เข้าข่ายคดีฉ้อโกง

เพราะหลอกตั้งแต่ต้น


กรณีที่ 2 ฝากเพื่อนขายรถ
เจ้าของรถฝากขาย

เพื่อนขายได้แล้วรับเงินไว้ แต่ไม่ยอมคืน

* เข้าข่ายคดียักยอกทรัพย์

เพราะได้รับรถมาถูกต้องตั้งแต่แรก


กรณีที่ 3 หุ้นส่วนบริษัท
หุ้นส่วนรับเงินลูกค้าเข้าบัญชีส่วนตัว แล้วไม่นำเข้าบริษัท

ส่วนใหญ่จะเป็น

* คดียักยอกทรัพย์ หรืออาจมีความผิดอื่นร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและความสัมพันธ์ทางกฎหมาย


กรณีที่ 4 หลอกลงทุน
อ้างว่ามีธุรกิจสร้างผลตอบแทนสูง ทั้งที่ไม่มีธุรกิจจริง

* คดีฉ้อโกง

เพราะใช้ข้อมูลเท็จหลอกให้ลงทุน

----------------------------------------------

 โทษของคดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์

แม้ทั้งสองคดีเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ แต่บทกำหนดโทษและองค์ประกอบความผิดเป็นคนละฐานความผิด การพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ หลักฐาน และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ศาลจะวินิจฉัยจากองค์ประกอบตามกฎหมาย ไม่ใช่จากชื่อที่ผู้เสียหายเรียกคดี

----------------------------------------------

 หากแจ้งข้อหาผิด จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนกังวลว่าหากแจ้งความผิดฐานจะทำให้คดีเสียทันที ในทางปฏิบัติ พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและปรับข้อกล่าวหาให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ หากมีหลักฐานเพียงพอ อย่างไรก็ตาม การอธิบายข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนและมีพยานหลักฐานสนับสนุนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็วมากขึ้น

----------------------------------------------

 ควรปรึกษาทนายความเมื่อใด?

หากไม่แน่ใจว่าคดีเข้าข่ายฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ ควรปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจสอบพยานหลักฐาน และประเมินแนวทางดำเนินคดีที่เหมาะสม เพราะการวางกลยุทธ์ทางกฎหมายตั้งแต่แรกมีผลต่อการรวบรวมหลักฐาน การแจ้งความ และการฟ้องร้องในภายหลัง

----------------------------------------------

ความแตกต่างระหว่างฉ้อโกงกับยักยอกทรัพย์

 สรุป
แม้ว่าคดีฉ้อโกงและคดียักยอกทรัพย์จะเกี่ยวข้องกับการสูญเสียทรัพย์สินเหมือนกัน แต่สาระสำคัญแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- คดีฉ้อโกง มีการหลอกลวงตั้งแต่ก่อนผู้เสียหายมอบทรัพย์
- คดียักยอกทรัพย์ ผู้กระทำได้รับทรัพย์มาโดยชอบก่อน แล้วจึงเบียดบังหรือไม่นำคืนในภายหลัง
การแยกความแตกต่างของทั้งสองคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและองค์ประกอบทางกฎหมายเป็นรายกรณี หากมีข้อสงสัยหรือคดีมีความซับซ้อน การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคดี


FAQ คดีฉ้อโกง (คำถามที่พบบ่อย)
1. โดนโกงออนไลน์สามารถแจ้งความได้ที่ไหน ?
ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ หรือแจ้งผ่านระบบออนไลน์ของตำรวจไซเบอร์ พร้อมเตรียมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน แชท LINE หรือ Facebook และข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้กระทำผิด
2. คดีฉ้อโกงมีอายุความกี่ปี ?
คดีฉ้อโกงมีอายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่ในบางกรณีอาจมีเงื่อนไขเรื่องอายุความร้องทุกข์ ควรรีบปรึกษาทนายคดีฉ้อโกงโดยเร็วเพื่อรักษาสิทธิทางกฎหมาย

อายุความร้องทุกข์ (แจ้งความ)
ผู้เสียหายต้องแจ้งความภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่นับจากวันเกิดเหตุ หากปล่อยเกินกำหนด อาจหมดสิทธิร้องทุกข์ในคดีอาญาได้
3. โดนโกงแต่ไม่มีสัญญา สามารถฟ้องคดีได้ไหม ?
แม้ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีหลักฐานอื่น เช่น แชทสนทนา สลิปโอนเงิน ภาพหน้าจอ หรือพยานบุคคล ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีฉ้อโกงได้
4. คดีฉ้อโกงออนไลน์ ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?
หลักฐานสำคัญ ได้แก่ สลิปโอนเงิน แชท LINE / Facebook ใบเสนอราคา ข้อมูลบัญชีธนาคาร ภาพหน้าจอ และเสียงสนทนา ซึ่งสามารถใช้ประกอบการแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดีได้
5. สามารถอายัดบัญชีมิจฉาชีพได้หรือไม่ ?
หากพบว่าถูกหลอกโอนเงิน ควรรีบติดต่อธนาคารทันทีเพื่อประสานการอายัดบัญชีปลายทาง และแจ้งความโดยเร็วที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืน
6. คดีฉ้อโกงสามารถฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาได้ไหม ?
ได้ ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีอาญาเพื่อเอาผิดผู้กระทำความผิด และฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายหรือเงินคืนได้พร้อมกัน
7. หากผู้ต้องหาอยู่ต่างจังหวัด สามารถดำเนินคดีได้ไหม ?
สามารถดำเนินคดีได้ โดยทนายความสามารถช่วยประสานงาน แจ้งความ และดำเนินคดีข้ามจังหวัดได้ รวมถึงคดีออนไลน์ที่ผู้เสียหายและผู้ต้องหาอยู่คนละพื้นที่
8. คดีแชร์ลูกโซ่ หรือหลอกลงทุน เข้าข่ายคดีฉ้อโกงหรือไม่ ?
คดีแชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุน Forex หรือ Crypto รวมถึงการชักชวนลงทุนที่มีลักษณะหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม
9. คดีฉ้อโกงใช้เวลานานแค่ไหน ?
ระยะเวลาดำเนินคดีขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี จำนวนพยานหลักฐาน และขั้นตอนของศาล โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี ควรมีทนายช่วยวางแผนคดีอย่างถูกต้อง
10. ปรึกษาทนายคดีฉ้อโกงก่อนฟ้องคดีสำคัญอย่างไร ?
การปรึกษาทนายก่อนดำเนินคดี จะช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ประเมินพยานหลักฐาน วางกลยุทธ์การฟ้องร้อง และลดความเสี่ยงในการดำเนินคดีผิดขั้นตอน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy