ยักยอกทรัพย์คืออะไร? แบบไหนผิด มีโทษอย่างไร

ยักยอกทรัพย์คืออะไร? แบบไหนเข้าข่ายความผิดและมีโทษอย่างไร
ยักยอกทรัพย์ เป็นความผิดอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ที่หลายคนมักสับสนกับลักทรัพย์หรือฉ้อโกง จุดสำคัญของคดียักยอกทรัพย์คือ ผู้กระทำมีทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ในความครอบครองก่อนแล้ว จากนั้นจึง เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต
ตัวอย่างที่อาจพบได้ เช่น ฝากทรัพย์ไว้แล้วนำไปขาย รับเงินของบริษัทแล้วนำไปใช้ส่วนตัว รับมอบรถไว้แล้วมีพฤติการณ์เบียดบังไม่คืน หรือได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินแต่กลับนำทรัพย์นั้นไปเป็นประโยชน์ของตนเอง
ยักยอกทรัพย์คืออะไร?
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 โดยหลัก ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือมีผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย แล้ว เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต อาจมีความผิดฐานยักยอก
ดังนั้นองค์ประกอบสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า ไม่ยอมคืนทรัพย์ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าผู้กระทำได้รับการครอบครองทรัพย์มาอย่างไร และมีพฤติการณ์แสดงเจตนาเบียดบังโดยทุจริตหรือไม่
ข้อมูลกฎหมายหลักยึดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352–356 โดยสำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่า จุดสำคัญของยักยอกคือผู้กระทำมีทรัพย์อยู่ในความครอบครองก่อนแล้วจึงเบียดบังโดยทุจริต; มาตรา 352 มีโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท และกรณีเหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 354 อาจสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท นอกจากนี้คดียักยอกโดยหลักเป็นความผิดอันยอมความได้และต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ
องค์ประกอบความผิดฐานยักยอกทรัพย์มีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไป การพิจารณาว่าเข้าข่ายคดียักยอกทรัพย์หรือไม่ มักดูองค์ประกอบสำคัญดังนี้
- - มีทรัพย์ของผู้อื่น หรือทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย
- - ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำแล้ว
- - มีการเบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนเองหรือบุคคลที่สาม
- - กระทำโดยทุจริต
หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง อาจไม่เป็นความผิดฐานยักยอก แม้อาจมีประเด็นความรับผิดทางแพ่งหรือความผิดฐานอื่นได้
คำว่า ครอบครองทรัพย์ ในคดียักยอกหมายถึงอะไร?
การครอบครองในคดียักยอกหมายถึงกรณีที่ผู้กระทำได้รับทรัพย์มาอยู่ในอำนาจดูแลหรือควบคุมก่อน เช่น
- - ฝากเงินหรือฝากทรัพย์ไว้
- - มอบสินค้าให้นำไปขาย
- - มอบเงินให้นำไปชำระหนี้หรือซื้อของ
- - ให้เช่ารถหรือทรัพย์สิน
- - มอบสินค้าให้พนักงานนำไปส่งลูกค้า
- - มอบหมายให้บุคคลจัดการทรัพย์สินแทน
เมื่อบุคคลนั้นได้รับทรัพย์มาโดยชอบก่อน แล้วภายหลังเปลี่ยนเจตนาและนำทรัพย์ไปเป็นของตนเองโดยทุจริต จึงอาจเข้าลักษณะยักยอกทรัพย์
เบียดบัง หมายถึงอะไร?
คำว่า เบียดบัง โดยหลักหมายถึงการแสดงเจตนาปฏิบัติต่อทรัพย์เสมือนเป็นของตนเองหรือของบุคคลอื่น ทั้งที่รู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่น
ตัวอย่างเช่น นำทรัพย์ที่ได้รับฝากไปขาย นำเงินที่ต้องส่งคืนเจ้าของไปใช้ส่วนตัว หรือโอนทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดการให้แก่ตนเองโดยไม่มีสิทธิ
ยืมของแล้วไม่คืน เป็นยักยอกทรัพย์ไหม?
อาจเป็นได้ แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมด
การยืมทรัพย์แล้วเพียงส่งคืนล่าช้า หรือมีข้อพิพาทเรื่องกำหนดคืน ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคดียักยอกทุกกรณี ต้องมีหลักฐานแสดงว่าผู้ยืมมีเจตนา เบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริต
เช่น นำทรัพย์ไปขาย ซ่อนทรัพย์ ปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับทรัพย์ หรือมีพฤติการณ์ชัดเจนว่าจะไม่คืนและถือเอาทรัพย์เป็นของตน
ฝากทรัพย์ไว้แล้วคนรับฝากเอาไปขาย เข้าข่ายยักยอกหรือไม่?
กรณีเจ้าของมอบทรัพย์ให้อีกฝ่ายครอบครองเพื่อรับฝาก แต่ผู้รับฝากกลับนำทรัพย์ไปขายและนำเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว อาจเข้าข่าย ยักยอกทรัพย์ หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาเบียดบังโดยทุจริต
รับเงินบริษัทแล้วไม่ส่งบริษัท เป็นยักยอกทรัพย์ไหม?
หากพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายรับเงินแทนบริษัท แล้วมีหน้าที่ต้องนำเงินส่งคืนหรือส่งเข้าบริษัท แต่กลับนำเงินไปใช้ส่วนตัว อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ได้
ตัวอย่างเช่น รับเงินจากลูกค้าแทนนายจ้างแล้วนำเงินบางส่วนเข้าบัญชีตนเองโดยไม่มีสิทธิ
รับเงินไปซื้อของ แต่เอาเงินไปใช้เอง เป็นยักยอกหรือไม่?
หากเจ้าของเงินมอบเงินให้อีกฝ่ายไปซื้อสินค้า ชำระหนี้ หรือดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด แต่ผู้รับกลับนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว อาจเข้าข่ายคดียักยอก ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและลักษณะการมอบเงิน
เช่ารถแล้วไม่คืน เป็นยักยอกทรัพย์ไหม?
การไม่คืนรถเมื่อครบกำหนดเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นยักยอก ต้องดูพฤติการณ์ประกอบ เช่น
- - ติดต่อผู้เช่าไม่ได้เป็นเวลานาน
- - นำรถไปซ่อนหรือเคลื่อนย้ายไปพื้นที่อื่น
- - นำรถไปขายหรือจำนำ
- - เปลี่ยนแปลงสภาพรถเพื่อปกปิด
- - ปฏิเสธไม่คืนทั้งที่ได้รับการทวงถามแล้ว
หากพฤติการณ์แสดงเจตนาเบียดบังเอารถเป็นของตนโดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอก
ผู้จัดการมรดกเอาทรัพย์มรดกเป็นของตัวเอง เข้าข่ายยักยอกไหม?
ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการและแบ่งทรัพย์มรดกตามสิทธิของทายาท หากนำทรัพย์มรดกไปเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือการกระทำผิดหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของผู้อื่น
กรณีผู้จัดการทรัพย์ตามคำสั่งศาล พินัยกรรม หรือผู้มีอาชีพที่ประชาชนไว้วางใจ หากกระทำความผิด อาจมีเหตุให้รับโทษหนักขึ้นตามกฎหมาย
ยักยอกทรัพย์กับลักทรัพย์ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ การครอบครองทรัพย์ก่อนเกิดเหตุ
ยักยอกทรัพย์ คือ ผู้กระทำมีทรัพย์อยู่ในความครอบครองก่อนแล้ว จากนั้นจึงเบียดบังเอาทรัพย์ไปเป็นของตนโดยทุจริต
ส่วน ลักทรัพย์ โดยหลักคือผู้กระทำไปเอาทรัพย์ของผู้อื่นออกจากการครอบครองของเจ้าของโดยทุจริต
ยักยอกทรัพย์กับฉ้อโกงต่างกันอย่างไร?
คดีทั้งสองประเภทแตกต่างกันที่วิธีได้ทรัพย์มา
ฉ้อโกง โดยทั่วไปมีการหลอกลวงก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและยอมส่งมอบทรัพย์ให้
แต่ ยักยอกทรัพย์ ผู้กระทำได้รับการครอบครองทรัพย์มาก่อนโดยไม่มีการหลอกให้ส่งมอบในตอนแรก แล้วภายหลังจึงเกิดเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไป
ยักยอกทรัพย์มีโทษอย่างไร?
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 มีโทษ
- จำคุกไม่เกิน 3 ปี
- ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่หากเป็นกรณีพิเศษ เช่น ผู้กระทำได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่น หรือเป็นผู้จัดการทรัพย์ตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม อาจมีบทบัญญัติอื่นที่ทำให้โทษแตกต่างหรือสูงขึ้น
ยักยอกทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการ มีโทษอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 หากบุคคลได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน อาจมีโทษ
- - จำคุกไม่เกิน 3 ปี
- - ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
- - หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีใดยักยอกทรัพย์อาจได้รับโทษหนักขึ้น?
ตามมาตรา 354 หากการกระทำตามมาตรา 352 หรือ 353 เกิดขึ้นในฐานะที่ผู้กระทำเป็นผู้จัดการทรัพย์สินตามคำสั่งศาล ตามพินัยกรรม หรือประกอบอาชีพหรือธุรกิจที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ อาจต้องรับโทษ
- จำคุกไม่เกิน 5 ปี
- ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
เก็บเงินหรือของคนอื่นได้แล้วไม่คืน เป็นยักยอกไหม?
หากทรัพย์สินหายตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้เก็บได้ และผู้เก็บรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ของผู้อื่น แต่กลับเบียดบังเอาเป็นของตน อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 352 วรรคสอง
กรณีทรัพย์สินหายหรือทรัพย์ที่ผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิด ผู้กระทำอาจได้รับโทษกึ่งหนึ่งของโทษยักยอกทรัพย์ทั่วไป
ยักยอกทรัพย์ยอมความได้ไหม?
โดยหลักความผิดตามหมวดยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356
ดังนั้นเรื่องกำหนดเวลาร้องทุกข์มีความสำคัญอย่างมาก หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีควรรีบตรวจสอบวันที่รู้เรื่องการกระทำและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
คดียักยอกทรัพย์ต้องแจ้งความภายในกี่เดือน?
เนื่องจากโดยหลักเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
หากปล่อยให้พ้นกำหนด อาจเสียสิทธิในการดำเนินคดีอาญา จึงไม่ควรรอจนใกล้หมดกำหนดแล้วจึงรวบรวมหลักฐาน
หลักฐานคดียักยอกทรัพย์มีอะไรบ้าง?
หลักฐานสำคัญควรแสดงให้เห็นว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทรัพย์ไปอย่างไร มีหน้าที่ต้องคืนหรือจัดการอย่างไร และมีพฤติการณ์เบียดบังเมื่อใด
- - สัญญาฝากทรัพย์ สัญญาเช่า หรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง
- - หลักฐานการส่งมอบทรัพย์
- - ใบรับของหรือใบส่งสินค้า
- - สลิปโอนเงิน
- - รายการเดินบัญชีธนาคาร
- - แชต LINE หรือข้อความสนทนา
- - อีเมล
- - ภาพถ่ายหรือวิดีโอ
- - เอกสารการขายหรือโอนทรัพย์
- - หนังสือทวงถาม
- - พยานบุคคล
ถูกยักยอกทรัพย์ ควรทำอย่างไร?
- - รวบรวมเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์
- - เก็บหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ให้อีกฝ่าย
- - เก็บข้อความทวงถามและคำตอบของคู่กรณี
- - ตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เบียดบังทรัพย์เมื่อใด
- - บันทึกลำดับเหตุการณ์และวันเวลาที่รู้ตัวผู้กระทำ
- - ปรึกษาทนายหรือพนักงานสอบสวนโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องกำหนดร้องทุกข์ 3 เดือน
-------------------------------------
FAQ คดียักยอกทรัพย์
1. ไม่คืนเงิน เป็นยักยอกทรัพย์ทุกกรณีหรือไม่?
- ไม่ใช่ทุกกรณี ต้องตรวจสอบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินในลักษณะใด มีหน้าที่ต้องถือเงินหรือส่งคืนอย่างไร และมีพฤติการณ์เบียดบังโดยทุจริตหรือไม่ บางกรณีอาจเป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งหรือผิดสัญญา
2. ยืมรถแล้วไม่คืน แจ้งความยักยอกได้ไหม?
- อาจแจ้งความได้หากมีพฤติการณ์แสดงเจตนาเบียดบังรถเป็นของตน เช่น นำไปขาย จำนำ ซ่อน หรือจงใจหลีกเลี่ยงไม่คืน แต่ต้องพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
3. ยักยอกทรัพย์กับฉ้อโกงดูอย่างไร?
- หากมีการหลอกตั้งแต่ก่อนส่งมอบทรัพย์จนผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบทรัพย์ให้ อาจเป็นฉ้อโกง แต่หากได้รับทรัพย์มาครอบครองโดยชอบก่อนแล้วภายหลังจึงเบียดบัง อาจเป็นยักยอก
4. คดียักยอกทรัพย์ยอมความได้ไหม?
- โดยหลักยอมความได้ และผู้เสียหายต้องระวังกำหนดร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ
5. หาทนายคดียักยอกทรัพย์ ใกล้ฉัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- ควรเตรียมเอกสารกรรมสิทธิ์ หลักฐานการส่งมอบทรัพย์ สัญญา สลิปโอนเงิน แชต LINE หนังสือทวงถาม และข้อมูลวันเวลาที่ทราบว่าทรัพย์ถูกเบียดบัง เพื่อให้ทนายตรวจสอบว่าเข้าข่ายคดียักยอกทรัพย์หรือเป็นข้อพิพาทประเภทอื่น
หาทนายคดียักยอกทรัพย์ ใกล้ฉัน
หากกำลังมีปัญหาเรื่อง ยักยอกเงิน ยักยอกรถ ยักยอกสินค้าบริษัท รับทรัพย์แล้วไม่คืน หรือผู้ได้รับมอบหมายจัดการทรัพย์นำทรัพย์ไปใช้เป็นของตน ควรรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบองค์ประกอบความผิดก่อนดำเนินคดี
ผู้ที่กำลังค้นหา หาทนายคดียักยอกทรัพย์ ใกล้ฉัน สามารถเตรียมสัญญา หลักฐานการส่งมอบทรัพย์ แชต สลิป และหนังสือทวงถาม เพื่อให้ ทนายคดียักยอกทรัพย์ ช่วยประเมินข้อเท็จจริง วางแนวทางแจ้งความ ดำเนินคดี หรือเรียกทรัพย์และค่าเสียหายคืนตามกฎหมาย
ทนายความสมุทรปราการ



