ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร คืออะไร
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร คือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของบุตร เช่น
- ค่าอาหาร
- ค่าเสื้อผ้า
- ค่าเล่าเรียน
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าเดินทาง
- ค่าที่อยู่อาศัย
- ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ศาลจะพิจารณาตามฐานะ รายได้ และความสามารถของบิดามารดา รวมถึงความจำเป็นของบุตรเป็นสำคัญ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564
บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38
บิดามารดามีหน้าที่ให้การอุปการะแก่บุตรผู้เยาว์
กรณีที่สามารถฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้
1. หย่าร้างแล้วไม่ส่งเสียบุตร
อีกฝ่ายไม่ชำระค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลงหรือศาลกำหนด
2. ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
แต่มีการรับรองบุตรถูกต้องตามกฎหมาย
3. ค้างชำระค่าเลี้ยงดูบุตร
ไม่ส่งเสียบุตรเป็นเวลานาน
4. ขอเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
เมื่อค่าใช้จ่ายของบุตรเพิ่มขึ้นตามวัย
5. ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาล
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับค่าเลี้ยงดูบุตร
ศาลพิจารณาค่าเลี้ยงดูบุตรจากอะไร
ศาลจะพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น
- รายได้ของบิดา
- รายได้ของมารดา
- อายุของบุตร
- ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
- ค่ารักษาพยาบาล
- สภาพความเป็นอยู่เดิมของบุตร
- ภาระหนี้สินและความสามารถในการชำระเงิน
ไม่มีอัตราตายตัว ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละคดี
หลักฐานสำคัญในคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
- สูติบัตรบุตร
- ทะเบียนบ้าน
- ใบสำคัญการหย่า
- คำพิพากษาศาล
- หลักฐานรายได้
- สลิปเงินเดือน
- รายการเดินบัญชี
- ใบเสร็จค่าเล่าเรียน
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
- หลักฐานการส่งเสียที่ผ่านมา
ขั้นตอนดำเนินคดี
- รวบรวมหลักฐาน
- ประเมินค่าใช้จ่ายของบุตร
- ปรึกษาทนายคดีครอบครัว
- ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว
- ไกล่เกลี่ย
- สืบพยาน
- ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
หากอีกฝ่ายไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูตามคำพิพากษา ต้องทำอย่างไร
หากศาลมีคำพิพากษาแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่ชำระค่าเลี้ยงดู ผู้มีสิทธิสามารถดำเนินการบังคับคดีได้ เช่น
- อายัดเงินเดือน
- อายัดบัญชีธนาคาร
- ยึดทรัพย์สิน
- บังคับคดีตามคำพิพากษา
เพื่อให้ได้รับเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด